RO Short Fiction: Krean Core สายลับสับหินกิล ตอน… “จุดเปลี่ยน”
Fiction ตอนนี้ เป็นตอนที่ 2 สอง ไม่นับตอนจบที่ผมแต่งไว้ตั้งแต่แรกนะครับ ความเดิมในตอนที่แล้ว แหลมกำลังจะเลิกเล่นแร๊ค แต่เหน่งได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเกมของเขาในวันสุดท้ายที่เขาจะเลิกเล่นพอดี มิตรภาพระหว่างเพื่อนต่างวัย จะเป็นอย่างไร โปรดอ่านต่อได้เลยครับ เหมือนเดิมครับ ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น พาดพิงถึงใคร ไม่ขอรับผิดชอบนะครับ
เช้าวันต่อมา แหลม ไปทำงานหาเงินตามปกติของชีวิตวัยทำงานของเขา ส่วน เหน่ง ต้องไปโรงเรียนในสภาพหูชา หลังจากที่เหน่งโดนแม่สวดไปชุดหนึ่งเนื่องจากเมื่อคืนกลับบ้านดึกมาก ๆ เหน่งนั่งรถเมย์ไปโรงเรียนตามปกติ เช้าวันนี้ เป็นวันที่อากาศสดใส แต่เหน่งกลับไม่สดใส จิตใจของเหน่งว้าวุ่นเป็นอย่างมาก ไม่เป็นอันเรียนเลย เนื่องจาก เขาคิดแต่เรื่องการวางแผนไปเก็บ LV ที่ไหน อัพสกิลอะไรดี กด Status เท่าไรดี ซื้อ Item อะไรมาใส่ดี พอถึงตอนพักเที่ยง เหน่งจึงได้คุยกับเพื่อนในห้องเรียนเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องแร๊ค เพื่อนคนนั้นชื่อ “เกื้อม” …
เหน่ง: ไอ้เกื้อม
เกื้อม: อะไรวะเหน่ง
เหน่ง: ข้ามีเรื่องจะปรึกษาแกว่ะ ข้านั่งคิดตั้งแต่เช้าแล้ว แต่คิดไม่ออกซักที
เกื้อม: เรื่องอะไรวะ แฟนทิ้งหรอ
เหน่ง: แฟนแกอ่ะดิทิ้ง เวร ข้าจะปรึกษาเรื่องเกม RO ว่ะ
เกื้อม: อะไรวะ นึกว่าเรื่องอะไร เรื่องเกมหรอ
เหน่ง: เออ เรื่องเกมนี่แหละ ปรึกษาได้ไหม คุยแป๊ปเดียว
เกื้อม: เออ ๆ ๆ มีอะไรว่าก็ว่ามา
เหน่ง: คืองี้ ข้าคิดไม่ออกเลยว่ะ ว่า Assassin ของข้า จะเป็นเทพในกิลวอได้ยังไง ใส่ Item อะไรดี กด Status ยังไงดี
เกื้อม: โห ทีเรื่องเรียนไม่ถามแบบนี้บ้างนะ แต่ทีเรื่องเกมถามเป็นชุดเลยนะแก…. ตอบยากว่ะ ของแบบนี้ ต้องค้นหาด้วยตัวเองโว้ย
เหน่ง: โห ไอ้เกื้อม หวงวิชาหรอวะ บอกหน่อยก็ไม่ได้
เกื้อม: เวร เหน่งเอ๋ย แกเล่นเกม แกต้องศึกษาค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวเอง แกคิดว่า Internet มีไว้เล่นเกมอย่างเดียวรึไงวะ รู้จักคำว่าค้นหาไหม
เหน่ง: เออ ๆ ๆ แล้วข้าจะค้นหาก็แล้วกัน แต่ข้าก็อยากฟังความเห็นจากแกบ้างน่ะ เผื่อแกจะแนะนำอะไรดี ๆ ได้
เกื้อม: เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน Item ที่ดีที่สุด คือ สิ่งที่เราหามาเอง แล้วใช้มันอย่างคุ้มค่าที่สุด , Status ที่ดีที่สุด คือ สิ่งที่เราอัพแล้วรู้สึกว่ามันถนัดกับสไตล์การเล่นของเรามากที่สุด
เหน่ง: โห เหมือนจะช่วยได้เลยนะ แล้วตอนนี้ข้า LV60 แล้ว ไปเก็บ Lv ที่ไหนดีกว่า
เกื้อม: เป็น Assassin แล้วใช่ไหม
เหน่ง: ยังว่ะ ข้าเล่นโจร Job50
เกื้อม: โอ้โห อึดเนอะ แกเล่นเองหรอวะ หรือว่าเปิดบอท
เหน่ง: บอท ? บอทอะไรวะ
เกื้อม: เวร ไม่รู้จักบอทหรอ มันเป็นโปรแกรมที่ควบคุมตัวละครของเราให้เก็บ LV แทน ตอนที่เราไม่ได้อยู่เล่นน่ะ เช่น ตอนนี้แกมาโรงเรียน แกก็เปิดบอทไว้ที่บ้าน LV แกป่านนี้ก็คง 70 แล้วมั้ง
เหน่ง: มีของแบบนี้ด้วยหรอวะ แต่ข้าคงไม่ใช้หรอกว่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะต้องใช้มัน
เกื้อม: อ้าว แกไม่อยากเป็นเทพหรอ นี่เป็นทางลัดไปสู่เทพเลยนะแก
เหน่ง: ทางลัดหรอ ข้าว่าไม่ใช่หรอกว่ะ ข้าว่ามันเป็นทางลงเหวมากกว่า ข้าไม่ได้เล่นเอง แล้วความชำนาญในการเล่นของข้าจะมีได้ยังไง ข้าเล่นเอง เก็บเกี่ยวประสบการณ์เองไปพร้อมกับตัวละครที่ข้าสร้างมันขึ้นมากับมือ สนุกกับโลกของเกมได้อย่างเต็มที่ ข้าว่าแบบนี้น่าจะสนุกกว่านะ
เกื้อม: เออ ๆ ๆ เรื่องของแก เสนอทางลัดให้ก็ไม่เอา
เหน่ง: ขอบใจที่บอกนะ เดี๋ยวข้าไปหาอะไรกินก่อนก็แล้วกัน หิวแล้ว คุยกับแกนี้เสียพลังงานไปเยอะ ไปหา Red Potion มาปั้มก่อนดีกว่า
เกื้อม: ไอ้บ้า เพ้อขนาดนี้แล้วหรอวะ
เหน่ง: ฮ่า ๆ เดี๋ยวจะซื้อยาเร่งมาฝากแกก็แล้วกัน ไปและ
เหน่งก็แยกกับเกื้อม แล้วเดินไปโรงอาหารของโรงเรียน ไปสั่งข้าวมากินกับน้ำแดง (Red Potion) แล้วซื้อน้ำเขียว (ยาเร่งเขียว) ใส่ถุงไปฝากเกื้อม แต่ระหว่างเดินกลับห้องเรียนนั้น เหน่งได้มองออกไปนอกโรงเรียน แล้วมองร้านเกมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียน แล้วคิดในใจว่า
เหน่ง: … โดดเรียนไปเล่นเกมดีไหมวะ
เหน่งมองเห็นยามหน้าโรงเรียนกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ โดยไม่สนใจเลยว่าจะมีใครเข้าออกโรงเรียน เหน่งเห็นว่าเป็นโอกาสดี จึงค่อย ๆ เดินไปที่รั้วโรงเรียน หาที่เปลี่ยว ๆ มุมมึด ๆ แล้วปีนข้ามรั้วไปหวังจะข้ามถนนไปเล่นเกมดังใจหวังแต่ตอนขาลงจากกำแพงนั้น เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เหน่งเกิดพลาด หัวทิ่มฟาดพื้นอย่างจัง น้ำเขียวที่เหน่งถืออยู่นั้นก็หกใส่เสื้อเหน่งจนเลอะเทอะไปหมด แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าเลือดบนหัวของเหน่งไหลออกมา เหน่งตกใจกับเลือดมาก แล้วตั้งสติใหม่ แต่อีกไม่กี่วินาทีต่อมา เหน่งก็สลบไป….
เหน่งมารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ห้องพักคนไข้ ในโรงพยาบาล พร้อมกับพ่อ แม่ ของเหน่งที่มาเฝ้าอาการ แต่เหน่งไม่สามารถลุกขึ้นมานั่งได้ ได้แต่เรียกพ่อ กับ แม่ ที่กำลังหลับอยู่ ….
เหน่ง: พ่อ แม่ … กี่โมงแล้วครับ
ไม่มีการตอบสนองจากพ่อและแม่ คาดว่าคงจะหลับสนิท และเหน่งเห็นว่า ตอนนี้เป็นตอนกลางคืน คงจะอยู่ในช่วงกลางดึก เหน่งจึงนั่งคิดต่อไปเรื่องเปื่อย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่เหน่งยิ่งคิด ก็ยิ่งปวดหัวมาก ๆ ซักพัก พยาบาลก็เข้ามาในห้อง
พยาบาล: คุณพ่อคุณแม่คะ ขออนุญาติตรวจอาการผู้ป่วยนะคะ
คุณแม่ของเหน่งก็ตื่นขึ้นมา แล้วก็พยักหน้าให้พยาบาล แล้วก็หลับต่อ
พยาบาล: ขอดูแผลที่หัวหน่อยนะน้อง หลับมานานแบบนี้ เมื่อไรจะตื่นซักที
เหน่ง: ผมตื่นแล้วครับ
เมื่อพยาบาลได้ยินเสียงเหน่งพูด พยาบาลก็ตกใจ แล้วก็รีบปลุกคุณพ่อและคุณแม่ของเหน่งขึ้นมา
พยาบาล: คุณ คะ คุณ ลูกคุณฟื้นมีสติขึ้นมาแล้วค่ะ
คุณพ่อและคุณแม่ ก็ลืมตาขึ้นแล้ว พร้อมกับอาการดีใจอย่างที่สุด แล้วบอกให้พยาบาลไปเรียกหมอมาดูอาการเหน่งด้วย พยาบาลก็รีบออกจากห้องไปเรียกหมอ
เหน่ง: เกิดอะไรขึ้นหรอครับ พ่อ แม่…
แม่: เหน่ง… ลูกหลับมา 1 เดือนเต็ม ๆ เลยนะรู้ไหม
เหน่ง: เฮ้ย เป็นไปได้ไงครับ เหน่งรู้สึกว่าเหมือนเหน่งตกจากกำแพง แล้วสลบไปไม่นานเหน่งก็พึ่งตื่น
พ่อ: พ่อก็ว่าจะถามเหน่งอยู่เนี่ยว่า เหน่งไปทำอะไรที่กำแพงนั่น แล้วทำไมถึงตกลงมาหัวฟาดพื้นได้
เหน่งไม่กล้าตอบพ่อ เพราะกลัวถูกพ่อตบหัวซ้ำตามสไตล์โหด ๆ ของพ่อ เหน่งจึงบอกไปว่า
เหน่ง: เหน่งนึกอะไรไม่ออกเลยครับ ก่อนหน้านั้น ทำไมเหน่งจึงไปตรงนั้น โอ้ย เหน่งปวดหัวจัง
แม่: พ่อคะ อย่าเพิ่งไปถามอะไรลูกเลย ลูกพึ่งฟื้น คงคิดอะไรไม่ออกหรอกค่ะ ไว้วันหลังค่อยถามนะคะ
พ่อ: ก็ได้ ๆ รู้ไหม แกทำให้ฉันกับแม่แก เป็นห่วงแกมากแค่ไหน
แม่: ใจเย็น ๆ ค่ะพ่อ อย่ารุนแรงอะไรตอนนี้เลย
ซักพัก พยาบาลก็เข้ามาในห้อง แล้วมาบอกพ่อกับแม่ของเหน่งว่า
พยาบาล: คุณหมอจะเข้าเวรตอน 6 โมงเช้า นะคะ เมื่อซักครู่นี้หนูได้ถามหมออีกท่านแล้วว่า ถ้าฟื้นแล้ว อาการก็ถือว่าปลอดภัยไม่น่าเป็นห่วงแล้ว รอหมออีกซักครู่ก็แล้วกันนะคะ ตอนนี้ก็ตี 5 แล้วค่ะ เช้าแล้ว รออีก 1 ชั่วโมงนะคะ
พ่อ แม่ จึงได้ขอบคุณพยาบาล แล้วให้พยาบาลตรวจเช็คร่างกายของเหน่งตามปกติ 6 โมงเช้า แพทย์ประจำคนไข้ของเหน่ง ก็เข้ามาตรวจอาการของเหน่งพร้อมพยาบาล หมอก็ตรวจตามปกติ แล้วถามพยาบาลว่า
หมอ: ตอนที่คนไข้ฟื้นนี้ อาการที่เธอพบ เป็นยังไงบ้าง
พยาบาล: ก็เหมือนจะหลับอยู่ค่ะ แต่ก็พูดออกมาว่า “ผมตื่นแล้วครับ” แค่นั้นค่ะ “หมอแหลม”
เหน่งพอได้ยินคำว่า “แหลม” จึงนึกถึงเพื่อนในเกม RO ที่ช่วย Tank ให้เหน่งทันที … 1 เดือนแล้วสินะ ที่เหน่งไม่ได้เล่นเกม RO แล้วก็ผิดสัญญากับแหลม ว่าจะไปเล่นต่อในตอนเย็นวันที่เหน่งเกิดอุบัติเหตุ
หมอ: เป็นยังไงบ้างหนู รู้สึกปวดหัว คลื่นใส้ อยากจะอาเจียนบ้างรึป่าว
เหน่ง: ก็ยังปวดหัวอยู่ครับ ปวดตอนคิดอะไรในใจ แต่อาการคลื่นใส้อาเจียนไม่มีครับ แต่กำลังจะมีแล้ว รู้สึกแปลก ๆ แล้วครับ
** เหตุผลที่เหน่งรู้สึกอยากอาเจียนนั้น เพราะเหน่งได้กลิ่นยาที่พยาบาลนำมาด้วย เหน่งไม่ชอบทานยา เห็นแล้วอยากจะอาเจียนทันที
หมอ: คุณพ่อคุณแม่ครับ เดี๋ยวหมอต้องตรวจอาการอย่างใกล้ชิดหน่อยนะครับ อาการเวียนหัวอยากอาเจียนแบบนี้ คงผิดปกติแล้วหละครับ คงต้องพาไปเอ็กเรย์สมองอีกครั้งนะครับ
แม่: ตามสบายเลยค่ะคุณหมอ ขอให้ลูกดิฉันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ก็ดีแล้วค่ะ
หมอจึงสั่งให้พยาบาลนำรถเข็นมารับเหน่งไปเอ็กเรย์สมองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาความผิดปกติ ระหว่างที่กำลังรอรถเข็นอยู่นั้น เหน่งก็ถามหมอว่า
เหน่ง: คุณหมอครับ คุณหมอชื่อแหลม หรอครับ
หมอ: ใช่ครับ รู้ได้ไงครับเนี่ย ว่าหมอชื่อแหลม
เหน่ง: อ๋อ เห็นพยาบาลเมื่อกี้เรียกหมอว่า หมอแหลม น่ะครับ
หมอ: อ๋อ ฮ่า ๆ นึกว่าอะไร นึกว่าเธอเคยเจอหมอมาก่อนซะอีก
เหน่ง: ก็ไม่แน่เหมือนกันครับหมอ ผมก็เคยมีเพื่อนชื่อแหลมเหมือนกัน แต่เป็นเพื่อนในเกมน่ะครับ
หมอ: หรอ เธอเล่นเกมด้วยหรอเนี่ย เล่นเกมอะไรหละครับ
เหน่ง: Ragnarok Online ครับ คุณหมอเล่นด้วยหรอครับ
หมอ: อ๋อ เกมนี้หรอ หมอก็เคยเล่นนะ แต่หมอเลิกได้มา 1 เดือนแล้วหละ เพราะงานของหมอหนักขึ้น และ สังคมในเกมยิ่งแย่ลง หมอก็เลยไม่รู้จะเล่นไปทำไมอีกน่ะครับ
เหน่ง: หมอเลิกมาได้ 1 เดือนเองหรอครับ เพื่อนของผมก็เลิกมาได้ 1 เดือนแล้วเหมือนกัน เขาจะเล่นวันสุดท้ายในวันที่ผมหัวฟาดพื้นนี่แหละครับ
หมอ: หรอ เพื่อนเธอชื่ออะไรหละ เล่นอาชีพอะไรหรอ
เหน่ง: เล่นพรีส น่ะครับ จำไม่ได้แล้วว่าในเกมเขาชื่ออะไร แต่เขาใจดีมากเลยครับ ผมรู้จักเขาตอนที่เขากำลังจะเลิกเล่นพอดี รู้จักเขาได้แค่ 1 วัน … ไม่สิ ไม่กี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่ผมรู้สึกได้ถึงมิตรภาพที่เขามอบให้ผมครับ เสียดายที่วันต่อมา เขานัดผมมาเล่นต่ออีก เพื่อให้ผมเปลี่ยนอาชีพเป็น Assassin ให้ได้ ทั้ง ๆ ที่เขาตั้งใจว่าจะเลิกเล่นในวันนั้นแล้ว แต่ผมไม่สามารถไปเล่นได้ เพราะหัวฟาดพื้นนี่แหละครับ อ้อ ตัวละครที่ผมเล่น ชื่อ “แอสตัวนี้เก่งนะ” คุณหมอเคยเจอไหมครับ
หมอ: เอ่อ…. หรอครับ อ่า หมอไม่เคยเจอครับ ตัวละครชื่อนั้นน่ะ
เหน่ง: เหน่งอยากจะขอโทษเขาน่ะครับ ที่ไม่สามารถไปตามนัดได้ ผมขอโทษหมอ แทนตัวเขาได้ไหมครับ ผมจะได้สบายใจ
หมอ: เอ่อ …. ได้ครับ ๆ ยังไงก็พักผ่อนให้มากนะครับ อย่าคิดอะไรมากมาย หมอเชื่อว่า ถ้าเขารู้ว่าเธอมาตามนัดไม่ได้เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ เขาก็ไม่โกรธหรอกครับ
เหน่ง: ขอบคุณมากครับคุณหมอ
หมอ: งั้นหมอขอตัวไปตรวจคนไข้ห้องอื่นต่อนะครับ เดี๋ยวเธอนั่งรถเข็นไปเอ็กเรย์สมองต่อนะครับ เดี๋ยวสาย ๆ เราจะเจอกันอีกรอบครับ
เหน่ง: ขอบคุณมากครับ
พ่อกับแม่ของเหน่ง ที่ยืนฟังบทสนทนาของเหน่งกับคุณหมออยู่ตลอดนั้น ก็พอจะคิดอะไรออกแล้วว่า ทำไมเหน่งถึงปีนกำแพงออกนอกโรงเรียนแล้วหัวฟาดพื้น แต่ก็ยังไม่พูดอะไร เพราะเหน่งกำลังนั่งรถเข็นไปห้องเอ็กเรย์แล้วหลังจากการเอ็กเรย์สมองเสร็จสิ้น เหน่งก็กลับมายังห้องคนไข้อีกครั้ง แล้วพ่อก็ได้คุยกับเหน่ง
พ่อ: เหน่ง แกตั้งใจจะโดดเรียนหนีไปเล่นเกมงี่เง่านั่นใช่ไหม
เหน่ง: เกมนั้นไม่งี่เง่านะครับพ่อ เหน่งเล่นเพื่อความสนุกเท่านั้น
พ่อ: สนุกหรอ แกกลับบ้านดึก แกโดดเรียนไปเล่นเกม เพื่อความสนุกใช่ไหม แกเรียกเพื่อความสนุกใช่ไหม
แม่: พอเถอะพ่อ ลูกยังไม่หายดี อย่าไปด่าว่าอะไรตอนนี้เลยพ่อ
เหน่ง: พ่อไม่เข้าใจเหน่ง เหน่งแค่อยากทำอะไรตามที่เหน่งชอบเท่านั้น
พ่อ: แต่แกก็ไม่ควรโดดเรียนแบบนี้ แกกำลังจะเสียอนาคตรู้ไหม
เหน่ง: ครับพ่อ ๆ ผมขอโทษก็แล้วกัน
แม่: พอได้แล้วพ่อ ลูกก็ขอโทษแล้ว ไม่ต้องไปว่าอะไรแล้วพ่อ
พ่อ: จำไว้นะ อย่าให้มีเป็นครั้งที่สองอีก
พ่อที่มีอารมณ์โกรธอยู่นั้น ได้เดินออกจากห้องไป เหลือ แม่ กับ เหน่ง อยู่ในห้องสองคนเท่านั้น แม่พูดกับเหน่งว่า
แม่: รู้ไหม ลูกหลับมา 1 เดือน นอกจากพ่อแม่จะเป็นห่วงแล้ว ลูกยังเรียนไม่ทันเพื่อนแล้วนะ สงสัยลูกจะต้องซ้ำชั้นแล้วหละ
เหน่ง: ไม่ ไม่มีทางแม่ เดี๋ยวเหน่งจะพยายามตั้งใจเรียน เรียนให้ทันเพื่อนให้ได้
แม่: แม่ได้ยินแบบนี้ก็ดีใจแล้วนะลูก ต่อไปนี้ ลูกให้สัญญากับแม่ได้ไหมว่าจะเลิกเล่นเกม แล้วหันกลับมาตั้งใจเรียน
เหน่ง: ได้ครับแม่ เหน่งจะพยายาม
3 วันต่อมา อาการเหน่งดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน่าตกใจ หมอแหลม เจ้าของไข้ ก็ได้อนุญาติให้เหน่งกลับบ้าน โดยก่อนกลับบ้าน หมอแหลม ได้ขอคุณกับคุณพ่อและคุณแม่ของแหลมเป็นการส่วนตัว หมอได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่ของเหน่งไปว่า
หมอ: วันนั้นที่ผมคุยกับลูกคุณเรื่องเกมน่ะครับ จำได้ไหมครับ
พ่อ: จำได้ครับ ทำไมหรอครับคุณหมอ
หมอ: เด็กในวัยนี้ อยากรู้อยากเห็น กล้าแสดงออก เราต้องอย่าไปบังคับอะไรเขานะครับ ให้เขาทำในสิ่งที่เขาชอบ เขาอาจจะค้นพบตัวเองว่าอนาคตเขาจะเป็นอะไร ก็ในวัยนี้หละครับ
พ่อ: คุณหมอกำลังจะหมายถึงว่า ที่ลูกผมโดดเรียนไปเล่นเกมนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดหรอครับ
หมอ: หมอไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น หมอหมายถึง อะไรที่เตือนได้ก็เตือน แต่อย่าไปห้ามเขาครับ
พ่อ: อ๋อครับ ผมจะนำไปทำตามนะครับ
หมอ: หมอมีความลับอะไรจะบอกคุณพ่อและคุณแม่นิดนึงนะครับ แต่ต้องสัญญานะครับว่า จะไม่บอกเหน่ง
แม่: อะไรหรอคะ คุณหมอ
หมอ: วันนั้นที่เหน่งบอกว่า เหน่งเจอเพื่อนในเกม เพื่อนคนนั้นคือตัวหมอเองครับ หมอก็เล่นเกมนี้เหมือนกันครับ แต่หมอเลิกมาได้แล้ว
พ่อ: หมอก็เล่นเกมงี่เง่านี้เหมือนกันหรอครับ แล้วหมอเลิกเล่นทำไมหรอครับ
หมอ: เกมมันไม่งี่เง่าหรอกครับ แต่สังคมเกม มันงี่เง่าต่างหากครับ หมอก็เลยเลยเลิกเล่น…. หมอเล่นเกมมาตั้งแต่เด็ก ๆ เกมเป็นแรงบันดาลใจให้กับหมอในการเรียนครับ ตอนสมัยหมอเรียนมัธยม หมอตั้งใจจะเรียนเพื่อจะสอบเข้ามหาลัยดัง ๆ แล้วจบมาจะทำงานในบริษัมเกมดัง ๆ ดั่งฝันครับ แต่อะไรมันก็ไม่ดังใจหมายครับ ตอน Ent เข้ามหาลัย หมออยากจะเรียนคอม แต่หมอโดนพ่อของหมอ บังคับให้เรียนหมอตามที่พ่อของเขาเป็น หมอจึงต้องเป็นแบบนี้ไงคับ หมออยากบอกว่า เกม ไม่ได้มีแต่ผลเสียนะครับ เพียงแต่เราจะนำไปใช้มันให้เป็นประโยชน์กับอนาคตเราได้อย่างไร อย่างกรณีของหมอ ไงครับ
พ่อ: ครับ ผมจะนำไปใส่ใจครับ ขอบคุณที่แนะนำอะไรดี ๆ นะครับคุณหมอ
แม่: ตัวพ่อเอง ก็อย่าดุอะไรกับเหน่งมากนะ ปล่อย ๆ เขาบ้าง
พ่อ: แม่ ถ้าเหน่งหนีเรียนมาเล่นเกมแบบนี้อีก เป็นพ่อ พ่อก็ต้องดุเหมือนเคยนะ แต่จะคอยดูลูกห่าง ๆ ก็แล้วกัน
เมื่อคุยกันเสร็จ พ่อ แม่ ก็พาเหน่งกลับบ้าน พ่อก็ได้คุยกับเหน่งในระหว่างขับรถกลับบ้านว่า
พ่อ: เหน่ง โตขึ้นลูกอยากเป็นอะไร
เหน่ง: ยังไม่รู้เลยครับพ่อ ว่าแต่ พ่อถามทำไมหรอครับ ผมยังเด็กอยู่เลยนะ
พ่อ: พ่อก็ไม่ได้หวังว่าอยากให้ลูกอยากเป็นอะไร ทำอาชีพอะไรหรอกนะ แต่พ่ออยากให้ลูกทำในสิ่งที่ลูกอยากทำ
เหน่ง: สิ่งที่ผมอยากทำตอนนี้คือ กลับไปเรียนครับพ่อ เรียนให้ทันเพื่อน จะได้ไม่ซ้ำชั้น
พ่อ: ดีมากเหน่ง ลูกอย่าพยายามทำอะไรผิดพลาดอีกนะ เหตุการณ์ครั้งนี้ คงเป็นบทเรียนของลูกไปอีกนาน
เหน่ง: ครับพ่อ ผมขอโทษนะครับที่ทำตัวไม่ดี
เหน่ง กับ พ่อ ก็ได้ปรับความเข้าใจกัน คุยกันอย่างเปิดเผย พ่อของเหน่งเริ่มเปิดรับเกมบ้างแล้ว และเหน่ง ก็กำลังพยายามเรียนให้ทันเพื่อน
เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ทำไมเหน่งถึงออกอาการเกรียนได้ ทั้ง ๆ ที่ดูเหมือนว่าเหน่งนิสัยเริ่มดี เกิดอะไรขึ้นกับเหน่ง โปรดติดตามตอนต่อไป … ตอนจบแล้วนะครับ
จบ… KreanCore สายลับสับหินกิล ตอน… จุดเปลี่ยน
แต่งโดย
Pocket
ตอนนี้ อาจจะน้ำเน่าไปหน่อยนะครับ ตอนแรกผมแต่ง ก็รู้สึกไม่ชอบเหมือนกัน แต่มันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเหน่งเลยหละครับ ลองอ่านแล้วพยายามคิดดูนะครับว่า ผมกำลังสื่ออะไรในตอนนี้ รออ่านตอนต่อไปก็แล้วกันนะครับ แล้วท่านจะทราบว่า จุดเปลี่ยนนี้ มันเปลี่ยนอนาคตของเหน่งได้อย่างไร ทำไมถึงมาเกรียนแตกในตอนจบ
ต้องการทราบตอนต่อไป หรือ ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Fiction หรือ จะ Comment อะไร เชิญที่
http://www.dvd-ro.com/forums/index.php?showtopic=8175